วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

ติดตั้ง Scanner บน elementary OS

** อัปเดต 26 พฤศจิกายน 2568 : ใช้ Linux Mint 22 พอเสียบเครื่องปรินท์ มันก็มองเห็นอัตโนมัติ พร้อมใช้งานได้เลย **

หลังจากติดตั้งเครื่องปรินท์ไป ก็มาติดตั้ง scanner ต่อ เพราะเครื่องพิมพ์ Canon PIXMA G2010 เป็นรุ่นที่มี scanner ในตัว

สมัยตอนใช้ elementary OS 3 คลับคล้ายคลับคลาว่ามันมีแอป simple scan ติดตั้งมาให้ในตัว แต่เวอร์ชันหลังๆ ไม่เห็นมาด้วย (ตอนนี้เป็น elementary OS 6.1) เลยพยายามไปค้นวิธี ก็เจอวิธีติดตั้งโปรแกรม simple scan

ติดตั้งเครื่องพิมพ์ Canon Pixma G2010 บน Ubuntu 20.04

** อัปเดต 26 พฤศจิกายน 2568 : ใช้ Linux Mint 22 พอเสียบเครื่องปรินท์ มันก็มองเห็นอัตโนมัติ พร้อมใช้งานได้เลย **

หลายปีให้หลัง ไม่ได้ปรินท์เอกสารเท่าไหร่ (เรียกได้ว่าไม่ได้ใช้เลย) ก็เลยไม่ได้สนใจเครื่องพิมพ์อีก ก่อนหน้านี้เคยใช้ Canon กับ HP ถ้าจำไม่ผิดคือเอามาเสียบมันก็ใช้งานได้เลย

ตอนนี้มาใช้ Canon Pixma G2010 แต่เสียบแล้วมันเหมือนจะมองเห็นแต่ไม่เห็น เข้าไปโหลดไดรเวอร์ Linux จากเว็บ Canon แล้วก็ไม่ได้ (ดูด้านล่าง การติดตั้งไดรเวอร์บน elementary OS)

จึงไปหาวิธีอื่นมาแล้ว เลยจดบันทึกไว้

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ซื้อ Kindle Paperwhite 2021 (Gen 11th)

วันหนึ่งเห็นในกลุ่ม ชุมชนนักอ่าน eBook มีคนโพสต์ขายเครื่อง Kindle Paperwhite 2021 (Gen 11th) ซึ่งเป็นเครื่องใหม่ (ไม่ใช่มือสอง) ในราคา 5,500 บาท เลยสนใจลองทักไปคุยดู ปกติไม่ได้สั่งซื้อของแบบบุคคลอิสระเพราะกลัวเรื่องมิจฉาชีพ

ที่สนใจจะซื้อ เหตุผลหนึ่งก็คือสภาพ Boox Poke Pro เครื่องเก่า ที่ซื้อมาเมื่อกลางปี 2562 มีอาการแบตบวม จนเอาไปเปลี่ยนที่ร้านคุณเพื่อน แต่ก็รู้สึกว่าแบตใหม่มันเก็บไฟได้น้อยกว่าเดิม ใช้งานแล้วแบตค่อนข้างหมดเร็ว

ที่จริงก็ยังลังเลอยู่นะว่าจะใช้ Kindle ดีไหม หลังจากที่เคยซื้อ Kindle 4NT มาใช้เป็นเครื่องแรกตั้งแต่กลางปี 2555 เพราะ Android e-Reader ค่อนข้างยืดหยุ่นในการใช้งานพอสมควร แสดงผลภาษาไทยได้ดี (แม้ว่าแอป Neo Reader ที่มากับเครื่องจะตัดคำไทยไม่ได้) รวมถึงสามารถติดตั้งแอปเพิ่มได้ด้วย แต่เนื่องจากค่อนข้างกินแบต เลยจะตั้งเวลาให้มันปิดเครื่องหลังจากไม่ได้อ่านหนึ่งชั่วโมง ซึ่งเวลาหยิบมาอ่าน กว่าจะเปิดใช้งานได้ก็ต้องรอนิดหน่อย ประมาณนาทีเศษกว่าจะพร้อมใช้งาน

Kindle PPW 2021 (Gen 11th) นี่เพิ่งออกมาได้ระยะหนึ่ง หน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว ใหญ่กว่าจอ 6 นิ้วที่เคยใช้มา และกันน้ำมาตรฐาน IPX8 (ป้องกันน้ำลึกกว่า 1 เมตร 30 นาที)

เหตุผลหนึ่งที่ตัดสินใจเลือกซื้อเป็น Kindle เพราะในกลุ่มโพสต์ให้ดูว่า Kindle รุ่นใหม่ๆ นี่สามารถติดตั้งฟอนต์ลงไปเองได้ และการแสดงผลภาษาไทยทำได้ค่อนข้างดี (สมัย Kindle 4NT นี่ ฟอนต์ไทยขี้เหร่มาก)

ทักไปคุยเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม โอนเงินเสร็จ เครื่องส่งมาถึงมือ 28 ธันวาคม ส่งมาให้เร็วมาก

วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564

เครื่องวัดฝุ่น PM2.5 XiaoMi Smartmi Air Dectector Mini

ซื้อเครื่องวัดฝุ่นของ XiaoMi มา เพราะเห็นพื่อนเอาใช้ เลยเกิดความอยาก ไปลองหาข้อมูลรีวิวและเห็นราคาไม่สูงมาก ก็เลยไปจัดมา สั่งจาก Shopee ราคา ฿695 รวมค่าส่งเป็น ฿716



วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564

เพิ่มคำสั่ง Show Desktop แบบเดียวกับ Windows

หนึ่งในปุ่มที่ผมใช้บ่อยตอนใช้ Windows ก็คือ Win + d เพื่อสั่งให้ซ่อนหน้าต่างโปรแกรมทั้งหมด แต่ใน elementary OS ไม่มีคำสั่งนี้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากถ้าจะทำให้มันมี

อันดับแรกคือติดตั้งโปรแกรมจัดการเสียก่อน ด้วยการเปิด terminal แล้วพิมพ์

sudo apt install wmctrl

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ซื้อแป้นพิมพ์ Royal Kludge RK-84

ก่อนหน้านี้ ซื้อแป้นพิมพ์ Mechanical Keyboard ของ Keychron K3 ที่เป็น low profile มา แต่ด้วยความที่ใช้คอมพิวเตอร์สองเครื่อง อยู่ชั้นบนและชั้นล่างของบ้าน เวลาใช้งานเลยต้องถอดคีย์บอร์ดย้ายขึ้นย้ายลง ถอดๆ เสียบๆ แรกๆ ก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่พอเริ่มหลายครั้งเข้าก็ชักขี้เกียจ เลยตัดสินใจซื้อแป้นพิมพ์ใหม่เพิ่มอีกอันดีกว่า

จากที่ใช้ Keychron K3 ที่เป็น low profile แล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยถนัด รอบนี้เลยคิดว่าใช้เป็นแบบธรรมดา และคิดว่าไม่ต้องซื้อแบบแพงมากก็ได้ สุดท้ายตัดสินใจเลือก Royal Kludge RK-84 แบบที่เป็นไฟ LED สีขาวสีเดียว เพราะไม่ชอบ RGB ที่สีวูบวาบ และยังคงเป็น blue switch เหมือนเดิม


วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ซื้อ usb bluetooth มาใช้กับ Linux (ภาค 2)

หลังจากที่ซื้อ usb bluetooth มาแล้วใช้ไม่ได้ ก็มีคนแนะนำตัวนี้มาว่าเขาใช้อยู่ เลยสั่งซื้อมาลองเสียหน่อย เนื่องจากครั้งนี้สั่งผ่าน Shopee ซึ่งมีค่าส่ง ก็เลยสั่งมาทีเดียว 2 ตัว เผื่อว่าถ้าใช้ได้ก็จะได้ใช้ทั้งสองเครื่อง

ราคาตัวละ 104 บาท ซื้อสองตัวรวมค่าส่งเป็นเงิน 230 บาท (ตัวจากโพสต์ที่แล้ว ตัวละ 199)

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ซื้อ usb bluetooth มาใช้กับ Linux (ภาค 1)

หลังจากที่ซื้อแป้นพิมพ์ Keychron K3 มาใช้งานแล้วรำคาญที่ต้องก้มลงไปถอดๆ ใส่ๆ แป้นพิมพ์เพราะผมใช้งานคอมพิวเตอร์สองเครื่อง แล้วเพื่อนแนะนำว่าไปซื้อ usb bluetooth มาใช้สิ

ด้วยความที่เคยผ่านตามาว่า usb bluetooth บางตัวมันใช้งานกับ Linux ไม่ได้ ก็เลยเข้าไปโพสต์ถามในกลุ่ม Ubuntu Thailand ว่ามีรุ่นไหนที่ใช้งานได้บ้าง คำตอบที่ได้คือใช้งานได้ทั้งนั้นแหละ

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เปลี่ยนมาใช้แป้นพิมพ์ Keychron K3 ได้ 3 สัปดาห์

บันทึกประวัติการใช้งานแป้นพิมพ์ของตัวเอง…

ผมใช้แป้นพิมพ์แบบ mechanical มาหลายปีแล้ว แต่คงจะเรียกว่าคนในวงการไม่ได้ ฮ่า เพราะแค่ใช้งานแต่ไม่ได้ศึกษาอะไรมากนักหรอก

สมัยก่อนเคยใช้แป้นพิมพ์ของพี่สาวอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ที่พี่สาวซื้อใช้งานตอนเรียนอยู่ต่างประเทศ เรียนจบแล้วก็ขนกลับมาไทย เป็นแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์ IBM ซึ่งเครื่องเก่ามากจนเอามาใช้งานต่อไม่ไหวล่ะ แต่ว่าแป้นพิมพ์ยังใช้งานได้ และชอบเรื่องการตอบสนองการสัมผัสเวลากด มีเสียงติ๊กๆ พิมพ์ได้สนุกดี รู้สึกดีกว่าแป้นพิมพ์อื่นๆ ที่เคยใช้มา แต่สมัยนั้นยังไม่รู้จักหรอกว่ามันเป็นแป้นพิมพ์แบบ mechanical

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ใช้งาน Virtual Desktop on Windows 8

ฟีเจอร์หนึ่งของ Linux ที่ผมชอบก็คือ Virtual Desktop

Virtual Desktop คืออะไร? มันคือหน้าจอเสมือนนั่นแหละ

โดยปกติเวลาทำงานเราจะมีหน้าจออยู่หน้าจอเดียว ซึ่งบางทีในการทำงานในทุกวันนี้ บางคน (อย่างเช่นผม) จำเป็นต้องใช้งานหลายๆ หน้าต่างโปรแกรม และในหลายครั้งเราไม่สะดวกนำจอที่สองมาต่อ

การที่มีหน้าจอเพียงหน้าจอเดียว แล้วต้องเปิดหลายๆ หน้าต่างนั้น มันจะซ้อนทับกัน เวลาจะเปลี่ยนไปดูหน้าต่างอื่นก็ต้องไปกดเลือกที่ taskbar หรือกด Alt + Tab ไปเรื่อยๆ เพื่อสลับเรียกหน้าต่างอื่นขึ้นมาดู