วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569

การจัดหน้าเว็บด้วย css flex

การออกแบบหน้าเว็บให้ยืดหยุ่นสำหรับแสดงได้ทั้งบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือได้ง่ายขึ้น ในปัจจุบันจะนิยมใช้ display แบบ flexbox แต่ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ใช้บ่อย เวลาใช้ทีก็จะงงๆ เลยมาจดบันทึกไว้หน่อย

การจัดเรียงวัตถุต่างๆ แบบ flex ก็จะต้องกำหนด container สำหรับบรรจุให้มีคุณสมบัติ flexbox เสียก่อน เช่น

.container { display: flex; }

div { display: flex; }

form { display: flex; }

การจัดเรียงตามแนวนอนแกน x เรียกว่า main-axis

การจัดเรียงตามแนวตั้งแกน y เรียกว่า cross-axis

จากนั้นก็กำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับ flexbox ให้กับวัตถุภายใน (flex item) ต่างๆ ลงไป โดยหากต้องการจัดเรียงวัตถุแบบซับซ้อน ก็สามารถกำหนดความเป็น container ให้กับวัตถุซ้อนลงไปหลายชั้นได้อีก นั่นคือ flex item ก็สามารถเป็น container ได้เช่นกัน


วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568

วิธีตรวจสอบสถิติการเข้าเว็บ blogspot

จดบันทึกวิธีการตรวจสอบสถิติเข้าเว็บของเราที่ใช้โฮสต์ blogspot

วิธีส่ง Sitemap ไปยัง Google Search Console:

  1. เข้าสู่ Google Search Console: ไปที่ https://search.google.com/search-console/about แล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google ของคุณ
  2. เพิ่มเว็บไซต์: หากยังไม่เคยเพิ่ม ให้คลิก "Add Property" หรือ "เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้"
  3. เลือก URL Prefix: ใส่ URL Blogspot ของคุณ เช่น hudchewman.blogspot.com
  4. ยืนยันความเป็นเจ้าของ (Verify Ownership): ทำตามขั้นตอนที่ Google แนะนำ (มักจะให้วางแท็ก HTML ในส่วน ของบล็อก หรือยืนยันผ่าน Google Analytics)
  5. ส่ง Sitemap: เมื่อยืนยันแล้ว ให้ไปที่เมนู "Sitemaps" (แผนผังเว็บไซต์) ใน Search Console
  6. กรอก URL Sitemap: ใส่ sitemap.xml ที่ช่อง และกด "Submit" หรือ "ส่ง"
  7. sitemap แบบอัตโนมัติของ Blogspot https://hudchewman.blogspot.com/sitemap.xml หรือ https://hudchewman.blogspot.com/atom.xml?redirect=false&start-index=1&max-results=500


Sitemap สำหรับ Blogger คืออะไร?

  • มันคือไฟล์ที่บอก Google ว่ามีหน้าไหนในบล็อกของคุณบ้าง
  • Blogger สร้างไฟล์นี้ให้อัตโนมัติอยู่แล้ว ทำให้ง่ายต่อการทำ


วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ทำ hibernate ใน Linux Mint

ติดตั้ง Linux Mint ลงในเครื่องโน้ตบุ๊กแล้วอยากให้มีโหมดจำศีล (hibernate) เวลาที่ปิดฝาพับจอแล้วเครื่องจะดับ จากนั้นพอเปิดฝาขึ้นมาใหม่ก็สามารถทำงานต่อได้ทันที

สมัยก่อน Linux Mint กับ Ubuntu มีโหมดนี้มาพร้อมกับการติดตั้งแบบอัตโนมัติ ตั้งแต่ Linux Mint 19 / Ubuntu 18.04 ก็เอาฟีเจอร์นี้ออกไป ถ้าอยากได้ต้องติดตั้งทำเอง

เพิ่งรู้ว่ามี (หรืออาจจะเคยรู้ก่อนแล้วลืม) ว่านอกจาก swap partition แล้ว Linux ก็สามารถใช้ swap file ได้ ซึ่งส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า swap file นี่จัดการพื้นที่ได้ยืดหยุ่นและสะดวกกว่า swap partition

หาข้อมูลเก็บไว้ก่อน ไว้ขยันและสะดวกเมื่อไหร่ค่อยมาลองทำ


[ Reference ]

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568

โปรแกรมแปลงไฟล์นิยายภาษาจีน

ไฟล์ต้นฉบับนิยายภาษาจีนที่ผมได้รับเพื่อนำมาแปลไทย จะอยู่ในรูปแบบที่เป็น text file ซึ่งรวมทุก chapter ทั้งหมดไว้ในไฟล์เดียวกัน เนื่องด้วยวิธีการแปลงานของผมจะต้องตัดแยกแต่ละ chapter เก็บแยกเป็น record ในฐานข้อมูลเพื่อความสะดวกเวลาค้นหาข้อความ จึงต้องเขียนโปรแกรมเพื่อตัดข้อมูล

สมัยตอนแรกๆ นั้นผมเขียนเป็นโปรแกรม PHP ซึ่งการตัดแบ่งไฟล์นั้นจะใช้เวลาอยู่บ้าง โดยเฉพาะไฟล์ขนาดใหญ่ตามประสานิยายจีน และช่วงหลังๆ นี้การแปลงข้อมูลในรูปแบบ plain text เป็น html (หรือฟอร์แมตอื่น) ผมจะใช้ Pandoc เป็นหลัก

แต่หลังจากที่ลองเขียนเป็น python พบว่าสามารถทำงานได้เร็วกว่าใช้ PHP ผสม Pandoc มาก เลยเอามาจดเป็นบล็อกไว้กันลืม (ใช้ ChatGPT ให้สร้างโปรแกรมขึ้นมา)

โปรแกรม novel-convert.py อันนี้เอามาใช้งานแปลงไฟล์ได้ค่อนข้างสะดวก วิธีใช้งานต้องสั่งการด้วย command บน terminal โดยมีพารามิเตอร์ดังนี้

novel-convert.py [-h] [-v] [-clean] [-rn2n] [-line] [-html] [-cuthtml]

                        [-cuttext] [-h1] [-h2] [-h3] [-h4] [-h5] [-h6]

                        [input] [output]


วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568

[Linux] แสดง/ซ่อน Grub Menu ตอนเปิดเครื่อง

ตอนติดตั้ง Linux Mint 22.1 (รวมถึงที่เคยติดตั้ง elementary OS ก่อนหน้านี้ด้วย) เวลาที่บูตเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา มันจะมีเมนูตัวเลือกว่าจะเข้าระบบแบบไหน แต่ตอนติดตั้ง Linux Mint 22.2 ในเครื่องใหม่ มันไม่แสดง Grub Menu ขึ้นมา

ที่จริงการที่ไม่มี Grub Menu ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อการใช้งานหรอก หากต้องการเรียกให้แสดงก็แค่กดแป้นพิมพ์ Shift รัวๆ ไว้ตอนที่เปิดเครื่อง (BIOS/Legacy) หรือปุ่ม Esc key (UEFI) เมนูก็จะแสดงออกมาให้เห็น

วิธีตั้งค่าคือเข้าไปแก้ไขไฟล์ /etc/default/grub โดยจะใช้ editor ตัวใดก็ได้ แต่ต้องใช้สิทธิของ root หรือพิมพ์เพื่อแก้ไขใน terminal เช่น

sudo xed /etc/default/grub

หรือ

sudo gedit /etc/default/grub

หรือ

sudo  nano /etc/default/grub


ไปที่บรรทัด GRUB_TIMEOUT_STYLE ถ้าต้องการให้แสดงเมนูก็ตั้งค่าเป็น

GRUB_TIMEOUT_STYLE=menu

แต่ถ้าไม่ต้องการให้แสดงเมนู ก็ใส่ค่าเป็น

GRUB_TIMEOUT_STYLE=hidden

จากนั้นบรรทัด GRUB_TIMEOUT= ให้ใส่เป็นตัวเลขวินาทีที่จะให้แสดงเมนู มันจะนับถอยหลังไปเรื่อยๆ หากเราไม่ได้กดปุ่มตัวเลือกอะไร มันก็จะบูตเข้าระบบอัตโนมัติ เช่น

GRUB_TIMEOUT=10

คือรอนับถอยหลัง 10 วินาที

บรรทัดไหน หากไม่ต้องการให้ทำงาน ก็ให้ใส่ # ไว้ต้นบรรทัด


แก้ไขเสร็จเรียบร้อยก็อัปเดต โดยพิมพ์ใน terminal ว่า

sudo update-grub

เท่านี้ก็เป็นเสร็จสิ้น


[ Reference ]


วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568

[Linux] ติดตั้ง Linux ลงบนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ASUS K541U

พยายามติดตั้ง OS Linux ลงบนโน้ตบุ๊ก ASUS K541U เครื่องนี้อยู่หลายรอบหลายวันก็ไม่สำเร็จเสียที เดิมทีคิดว่าน่าจะเป็นที่ฮาร์ดดิสก์มีปัญหา เพราะก่อนจะเอามาติดตั้ง OS ใหม่เจออาการว่าไดรฟ์ D กลายเป็น unallocated ไปเสียอย่างนั้น ก็เลยซื้อ ssd ตัวใหม่มาเปลี่ยน

แต่หลังจากเปลี่ยน ssd ก็ยังคงไม่ประสบความสำเร็จอยู่ดี พยายามลองหลายๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็น Linux Mint, elementary OS, Zorin ฯลฯ โดยดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดมา ลองอยู่หลายดิสโทรจนถอดใจไปแล้ว อาการคือมันค้างระหว่างการติดตั้ง เลยคิดว่าเครื่องนี้น่าจะมีปัญหาเรื่องไดรเวอร์อุปกรณ์บางตัวเข้ากับระบบไม่ได้ แล้วก็นึกได้ว่าเหมือนเมื่อหลายปีก่อนเคยพยายามติดตั้ง Linux ลงบนเครื่องนี้และไม่สำเร็จเลยเลิกคิดไป


วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ติดตั้ง Linux Mint บน USB flashdrive

ปกติแล้ว Linux Mint USB flashdrive (รวมถึง Linux ดิสโทรอื่นๆ ด้วย) เวลาบูตเข้ามาใช้งานในแต่ละครั้ง พวกการอัปเดตและโปรแกรมที่ติดตั้งเพิ่มเข้าไปจะถูกลบทิ้งหมด วิธีการที่จะทำให้เก็บพวกอัปเดตหรือโปรแกรมที่ติดตั้งใหม่เอาไว้ จะมี 2 วิธีด้วยกันคือ

1. ทำเป็น Persistent Live USB

2. ติดตั้ง Linux ลงบน USB อันใหม่


1. ทำ Persistent Live USB

ตอนใช้ Rufus เพื่อทำ USB สำหรับบูต ให้ติ๊กตัวเลือก Create a Persistent USB ไว้ด้วย



2. ติดตั้งลงบน USB อันใหม่

ต้องมี USB flashdrive ที่มีความจุมากพอสำหรับที่เราจะใช้งาน แล้วติดตั้งไปตามขั้นตอนปกติ



วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568

[สัพเพเหระ] ซื้อ SSD มาเปลี่ยนให้โน้ตบุ๊ก

เอาโน้ตบุ๊ก ASUS K541U ที่ได้มา มาติดตั้ง OS ใหม่เป็น Linux ด้วยความที่คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ไม่ได้เป็นคนใช้เอง ข้อมูลจากเจ้าตัวที่เป็นคนใช้งานอยู่เขาบอกว่ามันบางทีมันไม่ต่อไวไฟที่บ้านให้ แล้วบางทีมันก็อืดๆ เลยซื้อโน้ตบุ๊ก Dell ไปเปลี่ยนให้แล้วเอาตัวนี้กลับมา

หลังจากพยายามลองติดตั้ง Linux Mint 22.1 กับ elementary OS 6.1 ที่มีอยู่ ปรากฏว่าติดตั้งไม่สำเร็จ ประกอบกับที่ไดรฟ์ D หายไป (ตอนที่รับเครื่องมา เปิดดูเห็นไดรฟ์ D มันขึ้นว่า unallocated ซึ่งเจ้าตัวไม่น่าจะทำเองได้) เลยตั้งสมมุติฐานว่าฮาร์ดดิสก์คงมีปัญหา เลยเอา ssd มาเปลี่ยน ซึ่งซื้อต่อมาจากพี่สาวอีกทีเพราะพี่สาวเพิ่งซื้อมาแต่ไม่ได้ใช้เพราะซื้อผิดวัตถุประสงค์การใช้งาน




วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ปรับแต่งลูกเล่นของ Linux Mint ด้วย Extension

สมัยเมื่อนานมากแล้ว เคยเห็น Linux จะมีลูกเล่นเวลาจัดการกับหน้าต่าง (ย้าย, ย่อ, ขยาย) ด้วย compiz ให้ดูวูบวาบหวือหวา ก่อนหน้านี้เคยอยากลองใช้เหมือนกัน แต่ตอนหาข้อมูลแล้วเข้าใจว่าต้องใช้ KDE แต่ด้วยความที่ใช้ Gnome จนเคยชิน (elementary OS, Linux Mint) ก็เลยขี้เกียจจะย้ายดิสโทร

เพิ่งมาเจอว่าที่จริง Linux Mint สามารถติดตั้ง Extension เพื่อใช้อะไรแบบนี้ได้ด้วย


ตัว extension ที่ลองเล่นแล้วชอบมีอยู่ 3 ตัว คือ


1. Burn My Windows

  • Open window effect : Apparition (Magic Lamp 500)
  • Close window effect : Energize B
  • Minimize window effect : TV Effect
  • Unminize window effect : TV Glitch


2. Compiz windows effect

  • Effect style : Exaggerated


3. Opacify Windows

  • Opacity : 200


4. Transparent Panels

พาเนลโปร่งแสง