วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

เขียนบล็อกทำไมล่ะนั่น

คำถามว่า “จะเขียน blog ไปเพื่ออะไร?” เนี่ยค่อนข้างจะ out ไปหลายปีมากแล้วนะ แต่ก็จะเขียนล่ะ (≧∀≦)
ผมมองว่าการเขียนอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นบันทึก, บทความ, ข้อเขียน ฯลฯ มันทำให้เราได้ฝึกฝนเรียบเรียงและประมวลข้อมูลต่างๆ ให้เป็นเรื่องราวต่อเนื่อง และมองเห็นถึงความเป็นเหตุเป็นผลของเนื้อหา ซึ่งจะช่วยให้เราจัดลำดับความคิดได้ดีขึ้นด้วย


สมัยเด็กๆ (หูย แก่ (^∀^)) เคยเห็นคนอื่นเขียนไดอารี่แล้วน่าสนุกดี ก็เลยลองเขียนดูบ้าง ผลคือ… เขียนได้ไม่กี่วันก็เลิก (ಠдಠ)

ก็เพราะเขียนไม่เป็นนั่นแหล่ะ มันเลยมีแต่เรื่องซ้ำๆ ตื่นนอน ไปโรงเรียน นั่งเรียน กลับบ้าน ทำการบ้าน แล้วก็นอน ฮ่า ( ̄ω ̄) แล้วจะไปทนเขียนไหวได้ยังไง (-_-’)

ตุ๊กตาปูนปั้นที่ลานหน้าหมู่บ้าน


เมื่อหลายปีก่อน ไดอารี่ออนไลน์ เป็นที่นิยมกันพอควร หลังจากนั้นก็ถูก blog มาแย่งตลาดไป เพราะการเขียน blog มันเป็นเหมือนบันทึกที่เขียนได้หลากหลายกว่าไดอารี่

แต่ทุกวันนี้คนเขียน blog ก็น้อยลงไปเยอะ เพราะการมาของ micro blog และ social network อย่างพวก Twitter, Hi5, Facebook เอ่อ… ทุกวันนี้ยังมีใครเล่น Hi5 ไหมเนี่ย ฮ่า (>.<)

การเขียนใน Twitter และ Facebook นั้น ถ้าหากเราต้องการค้นเรื่องที่เคยเขียนไว้ มันแสนลำบากยิ่งกว่าใส่รองเท้าให้กิ้งกือซะอีก (ಠ_ಠ) เพราะระบบนั้นออกแบบมาให้เขียนแล้วทิ้งเลย ไม่เหมือนกับ blog (แต่ระบบ blog บางอันก็

เดี้ยงด๋อยมาก ใช้อะไรๆ ก็ขัดใจซะจริงๆ)
ก็ต้องดูจุดประสงค์ของการเขียนล่ะนะ

แปลงสวนสวยริมเทอเรสหน้าบ้านจิตใส

แต่จะเขียนอะไรๆ ไม่ว่าจะ Twitter, Facebook หรือ blog ก็ระวังไว้ด้วยละกันว่าเราอยากจะเปิดเผยข้อมูลมากน้อยแค่ไหน แต่หลายคนก็ไม่สนใจเรื่องนี้ โชว์หมดว่าเราเป็นใครอยู่ที่ไหน อกหักรักหมวยถูกหวยกิน (´∀`)

บางคนก็มาระบายเรื่องเบื่อเจ้านายหน่ายเพื่อนเอือมเลขา พอคนถูกพาดพิงมาอ่านเจอเข้าทำเอา work enter กันเลยทีเดียว (^ω^)

บางอย่างคิดได้ แต่อย่าเขียนให้ใครเห็นเลย เก็บไว้ในใจปลอดภัยกว่าเยอะ (●´ω`●)

มาเขียนบันทึกกันเต๊อะ ( ^ω^)

* * * * * * * * * *
ย้ายข้อมูลมาจาก บันทึกติงต๊อง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น